บทความ

ความเป็นมาของข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญ

27/07/2023
5871
ความเป็นมาของข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญ
นายอดิเทพ  อุยยะพัฒน์ 
  ผู้เชี่ยวชาญด้านคดี[๑]

          ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญสามารถแบ่งตามการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ  ดังนี้
          ช่วงที่  ๑  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๔๐
          ช่วงที่  ๒  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  (ฉบับชั่วคราว)  พุทธศักราช  ๒๕๔๙
          ช่วงที่  ๓  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๕๐
          ช่วงที่  ๔  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  (ฉบับชั่วคราว)  พุทธศักราช  ๒๕๕๗
          ช่วงที่  ๕  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๖๐

          โดยมีรายละเอียด  ดังนี้

          ช่วงที่  ๑  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๔๐
                    ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๔๐  มาตรา  ๒๖๙  บัญญัติว่า  “วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งต้องกระทำโดยมติเอกฉันท์ของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
                     วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องมีหลักประกันขั้นพื้นฐานเรื่องการพิจารณาคดีโดยเปิดเผย การให้โอกาสคู่กรณีแสดงความเห็นของตนก่อนการวินิจฉัยคดี การให้สิทธิคู่กรณีขอตรวจดูเอกสารที่เกี่ยวกับตน การเปิดโอกาสให้มีการคัดค้านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และการให้เหตุผลประกอบคำวินิจฉัยหรือคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญด้วย”

                    ทั้งนี้  ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการออกข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ  พ.ศ.  ๒๕๔๑  เป็นครั้งแรกประกาศในราชกิจานุเบกษาเมื่อวันที่  ๑๒  มิถุนายน  ๒๕๔๑ ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่  ๑๓  มิถุนายน  ๒๕๔๑[๒]
                    ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญฉบับแรกนี้มีการปรับปรุง  ๓  ครั้ง  ดังนี้
                    - ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ  (ฉบับ  ๒)  พ.ศ.  ๒๕๔๑ 
                    - ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ  (ฉบับ  ๓)  พ.ศ.  ๒๕๔๒
                    - ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ  (ฉบับ  ๔)  พ.ศ.  ๒๕๔๔ 

                    ต่อมาได้มีการยกเลิกข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญฉบับเดิม  และออกใหม่  เป็นข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ  พ.ศ.  ๒๕๔๖  ประกาศในราชกิจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๗  มีนาคม  ๒๕๔๖  ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่  ๘  มีนาคม  ๒๕๔๖[๓] 
            ช่วงที่  ๒  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  (ฉบับชั่วคราว)  พุทธศักราช  ๒๕๔๙
                           ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  (ฉบับชั่วคราว)  พุทธศักราช  ๒๕๔๙  มาตรา  ๓๕  วรรคสอง  บัญญัติให้  “องค์คณะในการพิจารณาพิพากษา วิธีพิจารณา และการทำคำวินิจฉัย ให้เป็นไปตามที่คณะตุลาการรัฐธรรมนูญกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา” 
                          ต่อมา  คณะตุลาการรัฐธรรมนูญได้ออกข้อกำหนดคณะตุลาการรัฐธรรมนูญว่าด้วยองค์คณะในการพิจารณาพิพากษา  วิธีพิจารณา  และการทำคำวินิจฉัย  พ.ศ.  ๒๕๔๙  ประกาศในราชกิจานุเบกษา เมื่อวันที่  ๘  พฤศจิกายน  ๒๕๔๙  ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่  ๙  พฤศจิกายน  ๒๕๔๙[๔]
          ช่วงที่  ๓  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๕๐
                         ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๕๐  มาตรา  ๒๑๖  วรรคหก  บัญญัติให้  “วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย
วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ”

                         นอกจากนั้น  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๕๐  มาตรา  ๓๐๐  วรรคห้า  บัญญัติให้  “ในระหว่างที่ยังมิได้มีการตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจออกข้อกำหนดเกี่ยวกับวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัยได้ แต่ทั้งนี้ ต้องตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้”
                          แต่มีข้อสังเกตว่า  ไม่ได้มีการตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญออกมาบังคับใช้แต่อย่างใด
                          ดังนั้น  ในช่วงที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๕๐  บังคับใช้ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  (ฉบับชั่วคราว)  พุทธศักราช  ๒๕๔๙  เป็นศาลรัฐธรรมนูญ  โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา  ๓๐๐  วรรคห้า  ก็ได้มีการออกข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย  พ.ศ.  ๒๕๕๐  ทั้งนี้  ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่  ๒๑  ธันวาคม  ๒๕๕๐  ดังนั้น  จึงมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่  ๒๒  ธันวาคม  ๒๕๕๐[๕]
          ช่วงที่  ๔  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  (ฉบับชั่วคราว)  พุทธศักราช  ๒๕๕๗
                          ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  (ฉบับชั่วคราว)  พุทธศักราช  ๒๕๕๗  มาตรา  ๔๕  วรรคสอง  บัญญัติให้  “การพิจารณาและการทำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ในระหว่างที่ยังไม่มีกฎหมายดังกล่าว ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัยที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ  ทั้งนี้ เพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อวรรคหนึ่ง หรือรัฐธรรมนูญนี้” 
                          ดังนั้น  จึงทำให้ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย  พ.ศ.  ๒๕๕๐  จึงยังมีผลบังคับใช้อยู่ต่อไป
                           ช่วงที่  ๕  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๖๐
                            ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๖๐  มาตรา  ๒๑๐  วรรคสอง  บัญญัติให้  “การยื่นคำร้องและเงื่อนไขการยื่นคำร้อง การพิจารณาวินิจฉัย การทำคำวินิจฉัย และการดำเนินงานของศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ”
                            นอกจากนั้น  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๖๐  มาตรา  ๒๗๓  วรรคสาม  บัญญัติให้  “ในระหว่างที่ยังไม่มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ การพิจารณาและการทำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามข้อกำหนดของศาลรัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้  ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้”
                             ดังนั้น  จึงทำให้ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย  พ.ศ.  ๒๕๕๐  จึงยังมีผลบังคับใช้อยู่ต่อไป
                             ทั้งนี้  ในช่วงนี้  ก็ได้มีการปรับปรุงข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย  พ.ศ.  ๒๕๕๐  จำนวน  ๑  ครั้ง  เพื่อให้เนื้อหาสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๖๐  ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย  (ฉบับที่  ๒)  พ.ศ.  ๒๕๖๐ 
                             ต่อมา  เมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติทําหน้าที่รัฐสภา ก็ได้มีการตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑  โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่  ๒  มีนาคม  ๒๕๖๑  ดังนั้น  จึงมีผลบังคับใช้ในวันที่  ๓  มีนาคม  ๒๕๖๑  เป็นต้นไป[๖]
                             ทั้งนี้  ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑  มาตรา  ๖  บัญญัติว่า  ให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญรักษาการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ และให้มีอํานาจออกข้อกําหนด ระเบียบ และประกาศของศาล เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้
                              การออกข้อกําหนด ระเบียบ หรือประกาศของศาล ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามมติของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้”
ข้อสังเกต  ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ  พ.ศ.  ๒๕๖๒ จึงเป็นข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่มิได้ออกโดยอาศัยอำนาจตามความในรัฐธรรมนูญโดยตรง  แต่เป็นการออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑
                              ต่อมา  ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการออก  “ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยการประชุมปรึกษาเพื่อพิจารณาและวินิจฉัยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๔”  โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่  ๖  กันยายน  ๒๕๖๔  ซึ่งในข้อ  ๒  ได้กำหนดให้  “ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป”  ดังนั้น  จึงมีผลบังคับใช้ในวันที่  ๖  กันยายน  ๒๕๖๔  เป็นต้นไป
                              กล่าวโดยสรุป  ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญที่ออกตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑  มีจำนวน  ๒  ฉบับ  ได้แก่
                                (๑)  ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ  พ.ศ.  ๒๕๖๒
                                 (๒)  ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยการประชุมปรึกษาเพื่อพิจารณาและวินิจฉัยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๔
 
[] ผู้เชี่ยวชาญด้านคดี สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ, นิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับสอง) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,นิติศาสตรมหาบัณฑิต (สาขามหาชน) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, เนติบัณฑิตไทย, ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาเอก หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารกระบวนการยุติธรรม คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ด้วยทุนของสำนักงาน
ศาลรัฐธรรมนูญ
[] ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ  พ.ศ.  ๒๕๔๑
            ข้อ  ๒  ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
[๓] ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ  พ.ศ.  ๒๕๔๖
            ข้อ  ๒  ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
[๔] ข้อกำหนดคณะตุลาการรัฐธรรมนูญว่าด้วยองค์คณะในการพิจารณาพิพากษา  วิธีพิจารณา  และการทำคำวินิจฉัย  พ.ศ.  ๒๕๔๙
            ข้อ  ๒  ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
[] ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย  พ.ศ.  ๒๕๕๐
            ข้อ  ๒  ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
[๖]           พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑
            มาตรา ๒  พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปความเป็นมาของข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญ


          ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญสามารถแบ่งตามการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ  ดังนี้
          ช่วงที่  ๑  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๔๐
          ช่วงที่  ๒  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  (ฉบับชั่วคราว)  พุทธศักราช  ๒๕๔๙
          ช่วงที่  ๓  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๕๐
          ช่วงที่  ๔  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  (ฉบับชั่วคราว)  พุทธศักราช  ๒๕๕๗
          ช่วงที่  ๕  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๖๐

โดยมีรายละเอียด  ดังนี้

          ช่วงที่  ๑  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๔๐
                    ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๔๐  มาตรา  ๒๖๙  บัญญัติว่า  “วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งต้องกระทำโดยมติเอกฉันท์ของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องมีหลักประกันขั้นพื้นฐานเรื่องการพิจารณาคดีโดยเปิดเผย การให้โอกาสคู่กรณีแสดงความเห็นของตนก่อนการวินิจฉัยคดี การให้สิทธิคู่กรณีขอตรวจดูเอกสารที่เกี่ยวกับตน การเปิดโอกาสให้มีการคัดค้านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และการให้เหตุผลประกอบคำวินิจฉัยหรือคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญด้วย”
                    ทั้งนี้  ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการออกข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของ
ศาลรัฐธรรมนูญ  พ.ศ.  ๒๕๔๑  เป็นครั้งแรกประกาศในราชกิจานุเบกษาเมื่อวันที่  ๑๒  มิถุนายน  ๒๕๔๑ 
ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่  ๑๓  มิถุนายน  ๒๕๔๑[๒]

                    ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญฉบับแรกนี้มีการปรับปรุง  ๓  ครั้ง  ดังนี้
                   - ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ  (ฉบับ  ๒)  พ.ศ.  ๒๕๔๑ 
                    - ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ  (ฉบับ  ๓)  พ.ศ.  ๒๕๔๒
                    - ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ  (ฉบับ  ๔)  พ.ศ.  ๒๕๔๔ 
                    ต่อมาได้มีการยกเลิกข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญฉบับเดิม  และออกใหม่  เป็นข้อกำหนด
ศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ  พ.ศ.  ๒๕๔๖  ประกาศในราชกิจานุเบกษาเมื่อวันที่ 
๗  มีนาคม  ๒๕๔๖  ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่  ๘  มีนาคม  ๒๕๔๖[๓] 

          ช่วงที่  ๒  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  (ฉบับชั่วคราว)  พุทธศักราช  ๒๕๔๙
                    ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  (ฉบับชั่วคราว)  พุทธศักราช  ๒๕๔๙  มาตรา  ๓๕  วรรคสอง  บัญญัติให้  “องค์คณะในการพิจารณาพิพากษา วิธีพิจารณา และการทำคำวินิจฉัย ให้เป็นไปตามที่คณะตุลาการรัฐธรรมนูญกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา” 
                    ต่อมา  คณะตุลาการรัฐธรรมนูญได้ออกข้อกำหนดคณะตุลาการรัฐธรรมนูญว่าด้วยองค์คณะในการพิจารณาพิพากษา  วิธีพิจารณา  และการทำคำวินิจฉัย  พ.ศ.  ๒๕๔๙  ประกาศในราชกิจานุเบกษา
เมื่อวันที่  ๘  พฤศจิกายน  ๒๕๔๙  ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่  ๙  พฤศจิกายน  ๒๕๔๙[๔]

          ช่วงที่  ๓  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๕๐
                    ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๕๐  มาตรา  ๒๑๖  วรรคหก  บัญญัติให้  “วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย
วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ”

                   นอกจากนั้น  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๕๐  มาตรา  ๓๐๐  วรรคห้า  บัญญัติให้  “ในระหว่างที่ยังมิได้มีการตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจออกข้อกำหนดเกี่ยวกับวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัยได้ แต่ทั้งนี้ ต้องตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้”
                    แต่มีข้อสังเกตว่า  ไม่ได้มีการตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญออกมาบังคับใช้แต่อย่างใด
                    ดังนั้น  ในช่วงที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๕๐  บังคับใช้ 
คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  (ฉบับชั่วคราว)  พุทธศักราช  ๒๕๔๙  เป็นศาลรัฐธรรมนูญ  โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา  ๓๐๐  วรรคห้า  ก็ได้มีการออกข้อกำหนด
ศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย  พ.ศ.  ๒๕๕๐  ทั้งนี้  ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เมื่อวันที่  ๒๑  ธันวาคม  ๒๕๕๐  ดังนั้น  จึงมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่  ๒๒  ธันวาคม  ๒๕๕๐[๕]

          ช่วงที่  ๔  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  (ฉบับชั่วคราว)  พุทธศักราช  ๒๕๕๗
                   ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  (ฉบับชั่วคราว)  พุทธศักราช  ๒๕๕๗  มาตรา  ๔๕  วรรคสอง  บัญญัติให้  “การพิจารณาและการทำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามกฎหมาย
ว่าด้วยการนั้น ในระหว่างที่ยังไม่มีกฎหมายดังกล่าว ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัยที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ
  ทั้งนี้ เพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อวรรคหนึ่ง หรือรัฐธรรมนูญนี้” 

                    ดังนั้น  จึงทำให้ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย  พ.ศ.  ๒๕๕๐  จึงยังมีผลบังคับใช้อยู่ต่อไป
          ช่วงที่  ๕  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๖๐
ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๖๐  มาตรา  ๒๑๐  วรรคสอง  บัญญัติให้  “การยื่นคำร้องและเงื่อนไขการยื่นคำร้อง การพิจารณาวินิจฉัย การทำคำวินิจฉัย และการดำเนินงานของศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ”
นอกจากนั้น  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๖๐  มาตรา  ๒๗๓  วรรคสาม  บัญญัติให้  “ในระหว่างที่ยังไม่มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของ
ศาลรัฐธรรมนูญ การพิจารณาและการทำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามข้อกำหนดของ
ศาลรัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้  ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้”

ดังนั้น  จึงทำให้ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย  พ.ศ.  ๒๕๕๐  จึงยังมีผลบังคับใช้อยู่ต่อไป
ทั้งนี้  ในช่วงนี้  ก็ได้มีการปรับปรุงข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย  พ.ศ.  ๒๕๕๐  จำนวน  ๑  ครั้ง  เพื่อให้เนื้อหาสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๖๐  ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย  (ฉบับที่  ๒)  พ.ศ.  ๒๕๖๐ 
ต่อมา  เมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติทําหน้าที่รัฐสภา ก็ได้มีการตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑  โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่  ๒  มีนาคม  ๒๕๖๑  ดังนั้น  จึงมีผลบังคับใช้ในวันที่  ๓  มีนาคม  ๒๕๖๑  เป็นต้นไป[๖]
ทั้งนี้  ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑  มาตรา  ๖  บัญญัติว่า  ให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญรักษาการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ และให้มีอํานาจออกข้อกําหนด ระเบียบ และประกาศของศาล เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้
การออกข้อกําหนด ระเบียบ หรือประกาศของศาล ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามมติของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้”
ข้อสังเกต  ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ  พ.ศ.  ๒๕๖๒ 
จึงเป็นข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่มิได้ออกโดยอาศัยอำนาจตามความในรัฐธรรมนูญโดยตรง  แต่เป็นการออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของ
ศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑

ต่อมา  ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการออก  “ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยการประชุมปรึกษาเพื่อพิจารณาและวินิจฉัยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๔”  โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่  ๖  กันยายน  ๒๕๖๔  ซึ่งในข้อ  ๒  ได้กำหนดให้  “ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป”  ดังนั้น  จึงมีผลบังคับใช้ในวันที่  ๖  กันยายน  ๒๕๖๔  เป็นต้นไป

กล่าวโดยสรุป  ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญที่ออกตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑  มีจำนวน  ๒  ฉบับ  ได้แก่

(๑)  ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ  พ.ศ.  ๒๕๖๒
(๒)  ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยการประชุมปรึกษาเพื่อพิจารณาและวินิจฉัยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๔
 
[๑] ผู้เชี่ยวชาญด้านคดี สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ, นิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับสอง) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,นิติศาสตรมหาบัณฑิต (สาขามหาชน) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, เนติบัณฑิตไทย, ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาเอก หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารกระบวนการยุติธรรม คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ด้วยทุนของสำนักงาน
ศาลรัฐธรรมนูญ
[๒] ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ  พ.ศ.  ๒๕๔๑
            ข้อ  ๒  ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
[๓] ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ  พ.ศ.  ๒๕๔๖
            ข้อ  ๒  ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
[๔] ข้อกำหนดคณะตุลาการรัฐธรรมนูญว่าด้วยองค์คณะในการพิจารณาพิพากษา  วิธีพิจารณา  และการทำคำวินิจฉัย  พ.ศ.  ๒๕๔๙
            ข้อ  ๒  ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
[๕] ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย  พ.ศ.  ๒๕๕๐
            ข้อ  ๒  ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
[๖]           พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑
            มาตรา ๒  พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
Back to top